Go to content Go to navigation Go to search

เอาให้ชัวร์ .. รู้จักชุดทดสอบการตั้งครรภ์แบบปัสสาวะ

November 26th, 2009 by admin

ชุดทดสอบการตั้งครรภ์แบบปัสสาวะผ่าน Midstream HCG Pregnancy Test

ตรวจครรภ์
วัตถุประสงค์
เพื่อใช้ทดสอบการตั้งครรภ์  โดยการทดสอบหา hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะพบในปัสสาวะของสตรี  เมื่อเกิดการปฏิสนธิ หรือมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น
ชุดทดสอบการตั้งครรภ์นี้ สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ 6-8 วัน หลังจากประจำเดือนขาด Read the rest of this entry »

ประเภทของถุงยาง

November 24th, 2009 by admin

ถุงยางอนามัยแบ่งประเภทตามขนาดความกว้าง ( ครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงของถุงยางนามัย ) เป็น 13 ขนาด คือ 44 , 45 , 46 , 47 , 48 , 49 ,50 , 51 ,52 , 53 , 54 , 55 และ 56 มิลลิเมตร (มม.)
ขนาดที่มีจำหน่ายในเมืองไทยส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 49 มม. 50 มม. และ 52 มม.
จากการสำรวจพบว่าปกติชายไทยจะใช้ถุงยางอนามัยขนาด 49 มม. หากเป็นชายไทยรุ่นใหม่ ขนาด 52 มม.จะเหมาะสมกว่า การเลือกซื้อคงจะต้องซื้อในขนาดที่เคยใช้สวมใส่มาแล้ว หากมีขนาดใหญ่เกินไปจะหลวมและหลุดง่าย หากเล็กไปจะฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่อยากใช้และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อถุงยางอนามัย

การเลือกซื้อถุงยางอนามัยมีประเด็นที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

อ่านฉลากก่อนซื้อ จะทำให้ทราบว่า ถุงยางอนามัยดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วหรือไม่ หมดอายุการใช้งานหรือยัง มีความเหมาะสม ตรงกับความต้องการหรือไม่ ข้อความสำคัญที่ควรพิจารณาจากฉลากได้แก่ เครื่องหมาย อย.
เป็นการแสดงว่า ถุงยางอนามัยดังกล่าวได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วหรือ ยัง โดยสังเกตข้อความที่แสดง ตามตัวอย่างด้านล่าง ใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ที่ อย. ผ. ../ปี พ.ศ. ในกรณีที่เป็นการผลิตในประเทศ หรือ อย. น…/ปี พ.ศ. ในกรณีที่เป็นการนำเข้า ฯ

เครื่องหมาย อย. ทื่แสดงบนภาชนะบรรจุ วันหมดอายุ การกำหนดวันหมดอายุของถุงยางอนามัย ผู้ผลิตจะเป็นผู้กำหนดเองตามความเหมาะสมผู้ซื้อสามารถสังเกตว่าถุงยางอนามัย หมดอายุหรือไม่ โดยการสังเกตคำว่า “หมดอายุ” หรือ “ต้องใช้ก่อน” ซึ่งจะแสดง เดือน และ ปี ที่หมดอายุไว้ทั้งบนฟอยล์บรรจุหนึ่งชิ้นและบนซองหรือกล่องย่อย ดังตัวอย่างข้อความที่มีการแสดงต้องใช้ก่อน 6/2542″ เป็นการแสดงวันหมดอายุโดยใช้คำที่เข้าใจง่าย และตรงไปตรงมา ซึ่งหมายความว่าถุงยางอนามัยดังกล่าวจะหมดอายุ หรือไม่ควรใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2542 เป็นต้นไป
หมดอายุ 6/2542″ การแสดงข้อความโดยใช้คำว่าหมดอายุ เมื่ออ่านผ่าน ๆ แล้ว อาจไม่มีข้อสงสัยอะไร แต่จะพบว่ามีความเข้าใจเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก มีความเข้าใจว่าเดือนมิถุนายน 2542 ถุงยางอนามัยยังสามารถใช้ได้ และจะหมดอายุตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2542 กลุ่มที่ 2 เข้าใจว่าถุงยางอนามัยดังกล่าว หมดอายุตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2542

จากคำนิยามคำว่า “วันหมดอายุ” หมายความถึง วันกำหนดที่แจ้งบนฉลากสำหรับการผลิตแต่ละครั้ง ซึ่งแสดงว่าในช่วงระยะเวลาก่อนวันนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงมีคุณภาพมาตรฐานตามข้อกำหนด วันเวลาดังกล่าว ได้จากการรวมอายุของผลิตภัณฑ์ต่อจากวันที่ผลิตแต่ละครั้ง วันสิ้นอายุแจ้งเป็น เดือน ปี ท่านั้น หมายความว่า ลิตภัณฑ์ยังคงมีคุณภาพตามข้อกำหนดจนถึงวันสุดท้าย ของเดือนนั้น งนั้นในกรณีที่มีการแสดงข้อความว่า “หมดอายุ 6/2542″ ความหมายที่ถูกต้อง คือ ถุงยางอนามัยดังกล่าวมีอายุการใช้งานจนวันที่ 30 เดือนมิถุนายน 542 หรือไม่ควรใช้ถุงยางอนามัยดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2542 เป็นต้นไป

การใช้ถุงยาง ยาคุมกำเนิด ฯลฯ

November 24th, 2009 by admin

การใช้ถุงยางอนามัยที่มีประสิทธิภาพและถูกวิธีมีประโยชน์ในการป้องกันและลด โอกาสเสี่ยง ไม่ให้ติดเชื้อได้ง่าย ควรเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงวิธีการใช้ถุงยางอนามัย ข้อคิดเกี่ยวกับ…ถุงยางอนามัย 1.ก่อนซื้ต้องสังเกตุ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุของถุงยางอนามัยที่พิมพ์ไว้บนกล่องหรือซองบรรจุ หากเป็น วัน เดือน ปี ที่ผลิต ให้คิดอายุการใช้งานบวกเพิ่มไปไม่เกิน 5 ปี 2.พกถุงยางอนามัยติดตัว มากกว่า 1 ชิ้น ให้เพียงพอต่อการใช้ เผื่อแตก เผื่อเบิ้ล เผื่อเพื่อน 3.เตรียมถุงยางให้พร้อม วางถุงยางอนามัย ในที่หยิบง่ายจะไม่ทำให้คุณเสียจังหวะรัก 4.ถ้าใช้ถุงยางอนามัยแล้วรู้สึกฝืด ให้หยดสารหล่อลื่น หรือเจลที่มีน้ำเป็นส่วนผสม 5.ห้ามใช้โลชั่น น้ำมันทาผิว หรือครีมทาผมเป็นสารหล่อลื่นกับถุงยางอนามัยเพราะมีน้ำมันเป็นส่วนผสมจะทำ ให้ถุงยางอนามัยแตกและรั่วซึมได้ 6.ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว ต้องทิ้งทันที ห้ามใช้ซ้ำ 7.หากใช้อย่างถูกวิธี มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องใส่ซ้อนหลายชั้น 8.ถ้าถุงยางอนามัยฉีกขาดระหว่างร่วมเพศ ต้องรีบบอกคู่ของคุณ เพื่อไปปรึกษาแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่บริการสาธารณสุขที่ใกล้บ้าน ถุงยางอนามัย…ใช้ประโยชน์ได้อย่างไร 1.ช่วยป้องกันการติดเชื้อเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2.ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ 3.ไม่มีอันตรายหรืออาการข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น 4.ราคาถูกหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป และสามารถใช้บริการตู้หยอดเหรียญถุงยางอนามัย ซึ่งติดตั้งตามห้องน้ำห้างสรรพสินค้าและสถานที่สาธารณะอีกหลายแห่ง ถุงยางอนามัย…จะใช้เมือไร 1.ยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อ แม่ คน 2.แฟนยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อ แม่คน 3.ไม่อยากติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัย…ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี 1.ดันถุงยางอนามัยให้รอยฉีกเวลาฉีกซอง ระวังอย่าให้เล็บสะกิดถุงยาง 2.บีบปลายถุงยางอนามัยไล่ลมก่อนใส่เสมอ หากปล่อยให้มีฟองอากาศที่ปลายถุงยางอนามัย จะทำให้ถุงยางอนามัยแตกขณะร่วมเพศ 3.สวมถุงยางอนามัยขณะที่อวัยวะแข็งตัว บีบปลายถุงยางอนามัยขณะสวมแล้วรูดให้สุดโคน 4.เมือเสร็จกิจให้รีบถอนอวัยวะเพศออกขณะที่อวัยวะยังแข็งตัวอยู่ โดยใช้นิ้วสอดเข้าในขอบถุงยางอนามัยแล้วรูดออก 5.ทิ้งถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วลงถังขยะที่ปิดมิดชิด **ระหว่างใช้ถ้าลื่นหลุด หรือแตก ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที** ผู้หญิงกับถุงยางอ นามัย…ใครว่าไม่เกี่ยวกัน ผู้หญิงหลายคนอาจไม่เคยเห็นถุงยางอนามัยว่ามีลักษณะอย่างไรบางคนไม่เคยจับ ต้องหรือไม่เคยนึกถึงเลยว่า ถุงยางอนามัยจะเกี่ยวข้องกับชีวิตตัวเองได้อย่างไร การที่จะเรียนรู้ ฝึกใช้ ซื้อหา หรือพกพาถุงยางอนามัยติดตัวจึงไม่ใช้เรื่องเสียหายอะไรเพราะเป็นสิทธิของ ผู้หญิงที่จะป้องกันตัเอง สาวโสดรวมทั้งแม่บ้านส่วนใหญ่ยังคิดว่าถุงยางอนามัย เป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้นหรือว่าใช้เฉพาะหญิงบริการเท่านั้น ส่วนผู้หญิงทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้หรือเกี่ยวข้อง แต่ถึงวันนี้ผู้หญิงหลายคนเช่นแม่บ้าน สาวโสดที่มีคนรัก ฯลฯ ก็มีสิทธิรับเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเชื้อเอดส์ได้ ** ถุงยางอนามัย…ควรเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสม ถ้าเล็กเกินไป จะฉีกขาดง่าย หรือถ้าใหญ่เกินไป ก็จะหลุด ** ถ้าคุณแน่ใจว่า… *สามีหรือแฟนหนุ่มจะไม่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นหรือหญิงบริการอย่างเด็ดขาด *เขาจะใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กันคนอื่น ถุงยางอนามัยก็อาจ…ไม่จำเป็นสำหรับคุณ แต่ถ้าไม่แน่ใจ… ถุงยางอนามัยก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงมากขึ้น ***ถุงยางอนามัยจึงไม่ใช่เรื่องของผู้ชายฝ่ายเดียวอีกต่อไป***

« Previous Entries