Go to content Go to navigation Go to search

สาเหตุของการล้มเหลวในการใช้ถุงยางอนามัย

December 31st, 2009 by admin

ท้องได้ไง ก็ใช้ถุงยางแล้ว ..อ้าวทำไมปัสสาวะถึงแสบๆ ก็ใช้ถุงยางอนามัยแล้ว การล้มเหลวในการใช้ถุงยางอนามัย ย่อมทำมาซึ่งความหายนะอันใหญ่หลวง ที่หลายๆคนเคยประสพมาแล้ว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
1. การใช้ถุงยางอนามัยไม่สม่ำเสมอ นับเป็นสาเหตุสำคัญในการคุมกำเนิด ซึ่งอาจมาจากความไม่ร่วมมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือใช้ถุงยางอนามัยสลับกับการนับวัน หรือหลั่งภายนอก
2.การใช้ถุงยางอนามัยไม่ถูกวิธี เช่น คลี่ออกทั้งหมดก่อนสวมใส่ การใส่ผิดด้าน การใส่ที่ไม่เว้นส่วนติ่งไว้(คือดึงมาจนสุดไม่เหลือติ่ง) ไม่ไล่อากาศออกจากติ่งกระเปาะ ถูกเล็บหรือของมีคม(กรณีให้สาวใส่ให้) การนำกลับมาใช้ใหม่หลังจากที่ใช้ไปพักหนึ่งแล้วถอดออก การไม่จับขอบตอนถอนสมอ การใช้สารหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสม หลั่งแล้วแช่นานจนนกเขาหลับ การใช้ไม่ถูกวิธีเหล่านี้นำมาซึ่ง การแตก รั่ว เลื่อนหลุดของถุงยางอนามัย หรือการการปนเปื้อนของน้ำอสุจิบริเวณช่องคลอด(หกปากถ้ำ)
3. การแตกของถุงยางอนามัย แม้ได้ระมัดระวังอย่างดีแล้ว
4. การเลื่อนหลุดของถุงยางอนามัยแม้ได้ระมัดระวังอย่างดีแล้ว

ถุงยางรั่วหรือฉีกขาด

December 14th, 2009 by admin

* ในกรณีที่ถุงยางมีรู รั่วเล็กน้อย หากส่วนปลายสุดขององคชาติ สัมผัสกับ น้ำจากช่องคลอด หรือทวารหนักเป็นระยะเวลาไม่นานนัก ถือว่าไม่เป็นอันตรายมาก เพียงเปลี่ยนถุงยางใหม่ และสามารถมีเพศสัมพันธ์ต่อได้ — In case of little rupture, if the contact between glans (red extremity of penis) vaginal mucosa & vaginal secretions or anal sphincter was not long, the danger is negligible. Just change the ripped condom and continue your intercourse.
* ในกรณีที่ถุงยางมีรูรั่วขนาดใหญ่ ผู้ที่สอดใส่จะรู้สึกได้ทันที หากหยุดการมีเพศสัมพันธ์ และเปลี่ยนถุงยางใหม่ ก็ถือว่าปลอดภัย — In case of big rupture, the insertive (penetrating) partner feels it directly. If he stops directly the penetration and changes the condom, the danger is negligible.
* หาก เป็นการสัมผัสกันระหว่างผิวหนังรอบท่อปัสสาวะ (ที่ไม่ใช่ส่วนสีแดงปลายสุดขององคชาติ) หรือบริเวณโคนองคชาติกับช่องคลอด หรือทวารหนัก เช่นนี้ถือว่าไม่เป็น อันตรายแต่อย่างใด — If it is the skin between the glens (red extremity of the penis) and the root of the penis that was in contact with vagina or anal sphincter, no danger at all.
* หลังจากที่ฝ่ายชายถึงจุดสุดยอดแล้ว หากพบว่าน้ำอสุจิไม่ได้ค้างอยู่ในถุงยางอนามัย ฝ่ายที่ถูกสอดใส่ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย ซึ่งต้องพิจารณาจาก วิธีปฏิบัติหลังเกิดพฤติกรรมเสี่ยง (Post Exposure Protocol) — If after a male’s orgasm, you discover that the sperm is not in condom, the receptive (”passive”) partner is in danger. It makes sense to consider the post exposure protocol.
* หาก ฝ่ายหญิงใช้ “อุปกรณ์คุมกำเนิดแบบสอดใส่” ให้ศึกษาข้อแนะนำข้างล่างนี้ — If the woman wear”intra-uterine contraceptive device” consider the following topic…


ประเภทของถุงยาง

November 24th, 2009 by admin

ถุงยางอนามัยแบ่งประเภทตามขนาดความกว้าง ( ครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงของถุงยางนามัย ) เป็น 13 ขนาด คือ 44 , 45 , 46 , 47 , 48 , 49 ,50 , 51 ,52 , 53 , 54 , 55 และ 56 มิลลิเมตร (มม.)
ขนาดที่มีจำหน่ายในเมืองไทยส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 49 มม. 50 มม. และ 52 มม.
จากการสำรวจพบว่าปกติชายไทยจะใช้ถุงยางอนามัยขนาด 49 มม. หากเป็นชายไทยรุ่นใหม่ ขนาด 52 มม.จะเหมาะสมกว่า การเลือกซื้อคงจะต้องซื้อในขนาดที่เคยใช้สวมใส่มาแล้ว หากมีขนาดใหญ่เกินไปจะหลวมและหลุดง่าย หากเล็กไปจะฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกไม่อยากใช้และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อถุงยางอนามัย

การเลือกซื้อถุงยางอนามัยมีประเด็นที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

อ่านฉลากก่อนซื้อ จะทำให้ทราบว่า ถุงยางอนามัยดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วหรือไม่ หมดอายุการใช้งานหรือยัง มีความเหมาะสม ตรงกับความต้องการหรือไม่ ข้อความสำคัญที่ควรพิจารณาจากฉลากได้แก่ เครื่องหมาย อย.
เป็นการแสดงว่า ถุงยางอนามัยดังกล่าวได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วหรือ ยัง โดยสังเกตข้อความที่แสดง ตามตัวอย่างด้านล่าง ใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ที่ อย. ผ. ../ปี พ.ศ. ในกรณีที่เป็นการผลิตในประเทศ หรือ อย. น…/ปี พ.ศ. ในกรณีที่เป็นการนำเข้า ฯ

เครื่องหมาย อย. ทื่แสดงบนภาชนะบรรจุ วันหมดอายุ การกำหนดวันหมดอายุของถุงยางอนามัย ผู้ผลิตจะเป็นผู้กำหนดเองตามความเหมาะสมผู้ซื้อสามารถสังเกตว่าถุงยางอนามัย หมดอายุหรือไม่ โดยการสังเกตคำว่า “หมดอายุ” หรือ “ต้องใช้ก่อน” ซึ่งจะแสดง เดือน และ ปี ที่หมดอายุไว้ทั้งบนฟอยล์บรรจุหนึ่งชิ้นและบนซองหรือกล่องย่อย ดังตัวอย่างข้อความที่มีการแสดงต้องใช้ก่อน 6/2542″ เป็นการแสดงวันหมดอายุโดยใช้คำที่เข้าใจง่าย และตรงไปตรงมา ซึ่งหมายความว่าถุงยางอนามัยดังกล่าวจะหมดอายุ หรือไม่ควรใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2542 เป็นต้นไป
หมดอายุ 6/2542″ การแสดงข้อความโดยใช้คำว่าหมดอายุ เมื่ออ่านผ่าน ๆ แล้ว อาจไม่มีข้อสงสัยอะไร แต่จะพบว่ามีความเข้าใจเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก มีความเข้าใจว่าเดือนมิถุนายน 2542 ถุงยางอนามัยยังสามารถใช้ได้ และจะหมดอายุตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2542 กลุ่มที่ 2 เข้าใจว่าถุงยางอนามัยดังกล่าว หมดอายุตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2542

จากคำนิยามคำว่า “วันหมดอายุ” หมายความถึง วันกำหนดที่แจ้งบนฉลากสำหรับการผลิตแต่ละครั้ง ซึ่งแสดงว่าในช่วงระยะเวลาก่อนวันนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงมีคุณภาพมาตรฐานตามข้อกำหนด วันเวลาดังกล่าว ได้จากการรวมอายุของผลิตภัณฑ์ต่อจากวันที่ผลิตแต่ละครั้ง วันสิ้นอายุแจ้งเป็น เดือน ปี ท่านั้น หมายความว่า ลิตภัณฑ์ยังคงมีคุณภาพตามข้อกำหนดจนถึงวันสุดท้าย ของเดือนนั้น งนั้นในกรณีที่มีการแสดงข้อความว่า “หมดอายุ 6/2542″ ความหมายที่ถูกต้อง คือ ถุงยางอนามัยดังกล่าวมีอายุการใช้งานจนวันที่ 30 เดือนมิถุนายน 542 หรือไม่ควรใช้ถุงยางอนามัยดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2542 เป็นต้นไป

« Previous Entries